เลเซอร์สิวหิน มีขั้นตอนการทำอย่างไร สาเหตุของการเกิดสิวหินคืออะไร

สิวหิน คือ ซีสเล็ก ๆ ของต่อมไขมัน หน้าตาจะเป็นเม็ดขาวเล็ก ๆ โดยประมาณหนึ่งเซนติเมตร ไม่มีอาการ พบมากบนใบหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบตา แต่ก็สามารถพบบริเวณอื่นของร่างกายได้เช่นเดียวกัน

สาเหตุของการเป็นสิวหิน

สิวหินมีต้นเหตุที่เกิดจากผิวหนังผลิตเซลล์ต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังเยอะเกินไปจนถึงมีการอุดตันรูขุมขนใต้ชั้นผิวหนังที่ค่อนข้างจะลึกก็เลยทำให้กดออกไม่ได้นั่นเอง โดยต้นเหตุที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เซลล์ของต่อมเหงื่อผลิตเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดสิวหิน อาทิเช่น กรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักโดยบางทีอาจพิจารณาได้ว่าหากใครคนหนึ่งในครอบครัวเป็นสิวหิน คนอื่น ๆ ก็มักจะมีสิวหินด้วยเหมือนกัน คนเป็นโรคเบาหวานก็มีโอกาสง่ายเหมือนกัน หรืออาจมีปัจจัยมาจากเป็นโรคที่เกี่ยวกับการทำงานของคอลลาเจน อาทิเช่น Marfan’s syndrome, Ehler-Danlos syndrome เป็นต้น

วิธีแก้ไขสิวหิน

วิธีแกไขสิวหินก็คือการทำเลเซอร์สิวหิน เพราะวิธีนี้ได้ผลดีกว่าแบบอื่น  ๆ  แต่การรักษาสิวหินด้วยเลเซอร์จะต้องใช้เงินในการรักษาที่มากอยู่และไม่ใช่ว่าทำครั้งเดียวหายอาจจะต้องทำหลาย  ๆ  ครั้ง

ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์

จะมีการทายาชาปิดไว้ก่อนโดยประมาณ 30-45 นาที แล้วต่อจากนั้นจึงใช้เลเซอร์กำจัดออก โดยส่วนนี้จะใช้เวลาโดยประมาณ 15 นาที (หรือบางครั้งก็อาจจะมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของปัญหาสิว) หลังทำทันทีอาจจะมีอาการบวมแดงบางส่วน เพื่อหลีกการอาการอักเสบหรือแผลติดเชื้อโรค ไม่ควรให้แผลโดนน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน และแผลจะเกิดเป็นสะเก็ดโดยประมาณ 1 อาทิตย์ (ควรจะปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกเอง ไม่ควรแกะ) เมื่อสะเก็ดหลุดออกหมดแล้ว ในบางรายแพทย์อาจจะนัดมาทำใหม่อีก 2-3 ครั้ง โดยสิวหินอาจมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีก เพราะว่าต้นเหตุ การเกิดยังไม่มีใครทราบแน่นอน

ผลกระทบจากการรักษาสิวหิน

  1. สีผิวไม่สม่ำเสมอ เมื่อผิวต้องเผชิญกับแสงแดดบ่อย ๆ ก็จะเป็นการกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการสร้างเมลานินจำนวนมาก เมลานินที่ผิวผลิตออกมานี้ ก็เพื่อปกป้องการทำร้ายผิวจากแสงแดด แต่ทำให้สีผิวเกิดความไม่สม่ำเสมอ ดำ ๆ ด่าง ๆ
  2. รอยด่างดำบนบริเวณใบหน้า เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการสร้างเมลานินจำนวนมากเหมือนกัน แต่ก็มีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ มลพิษจากสภาพแวดล้อม, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน, การแกะหรือบีบสิวจนเกิดรอย, วิธีการทำความสะอาดที่น้อยเกินไป, การเกิดอาการแพ้ต่าง ๆ รวมทั้งวัยที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ
  3. ผิวหน้าหมองคล้ำ มีเหตุมาจากแสงแดด ความร้อน ซึ่งทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นนอก รวมถึง การนอนน้อยเกินไป การดูแลรักษาผิวที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่น การขัดถูบริเวณใบหน้าแรง ๆ
  4. รูขุมขนกว้าง มีการสะสมน้ำมันมากจนเกินไปจนทำให้รูขุมขนกว้างออก และก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้รูขุมขนเล็กลงได้ดังเดิม การแกะหรือบีบสิว รวมไปถึงอายุที่มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้คอลลาเจนในชั้นหนังแท้เริ่มมีจำนวนต่ำลง ทำให้รูขุมขนนั้นดูกว้างและก็ลึก

เลเซอร์สิวหิน รักษายังไง

วิธีป้องกันการเกิดสิวหิน

  1. หลบหลีกการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงอุดตันรูขุมขน
  2. ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่ไม่มีสารระคายเคืองผิว เพื่อช่วยลดปริมาณสิวหินรอบดวงตา
  3. ทาครีมป้องกันแสงแดดเนื้อบางเบาที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอมหรือสารระคายเคือง เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิวหิน และก็การอุดตัน โดยแนะนำว่าควรที่จะเลือกครีมป้องกันแดดที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่มีสาร Titanium dioxide หรือ Zinc oxide ที่ปลอดภัยต่อผิว
  4. ลดการเสริมสวยและใช้เครื่องสำอางให้ลดน้อยลง อย่าแต่งหน้าทาปากหนามากจนเกินความจำเป็น เนื่องจากว่าบางทีอาจมีการอุดตันได้
  5. ชำระล้างบริเวณใบหน้า เช็ดล้างเครื่องแต่งหน้าแล้วก็สิ่งสกปรกให้สะอาดอยู่ตลอด

การดูแลและรักษาสิวหิน หรือสิวเม็ดข้าวสาร บางวิธีอาจเป็นวิธีซึ่งสามารถรักษาได้เพียงแค่ชั่วครั้งคราว แล้วหลังจากนั้นไม่นานสิวหินก็จะกลับมาขึ้นใหม่อีก ทางที่ดีสาว ๆ ควรจะป้องกันการเกิดสิวหินด้วยการดูแลรักษาผิวหน้าให้เพิ่มมากขึ้น หมั่นรักษาความสะอาดบนบริเวณใบหน้า ไม่ให้หน้ามันและก็มีสิ่งตกค้าง รวมถึงควรจะเลือกใช้สินค้าและเครื่องสำอางต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับผิวแล้วก็รบกวนผิวให้ต่ำที่สุด จะได้ไม่เสียเงินไปทำเลเซอร์สิวหินเพราะการทำเลเซอร์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มาก และไม่ใช่ว่าจะทำครั้งเดียวเห็นผล ทางที่ดีควรดูแลผิวหน้าของคุณให้ดีอยู่ตลอดเวลาจะดีที่สุดค่ะ