วิธีการ รักษากระ ฝ้า ต้องทำอย่างไร และวิธีการป้องกัน ไม่ให้กลับมาเป็นอีก

กระ  ฝ้า เป็นปัญหาผิวหน้าที่หลาย ๆ คนกำลังกังวล เนื่องจากสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าคือ แสงแดด อย่างบ้านเราที่เป็นเมืองร้อนมีแสงแดดตลอดปี โอกาสเลี่ยงแสงแดดจึงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะคนที่ตากแดดเป็นประจำ มีโอกาสที่จะเป็นฝ้า กระ ได้มาก

รู้จักประเภทของฝ้า มี 2 แบบคือ

  • ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย รักษาให้หายได้และใช้เวลาไม่นาน
  • ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ด้วยความลึกจึงทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก ใช้เวลานาน

กระ (Freckle)

ในที่นี้หมายถึง กระแดด  กระแดด คือ รอยสีน้ำตาลจาง ๆ หรือน้ำตาลเข้มเกือบดำ มักจะราบเรียบไปกับผิวหนัง จึงสังเกตได้ว่า คนที่เป็นกระจะมีจุดเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้า หรือบริเวณอื่น ๆ บนร่างกาย กระมีลักษณะสีน้ำตาลส่วนใหญ่ ขนาดเล็ก กระมักจะขึ้นในจุดบริเวณต่าง ๆ ดังนี้ คือ ใบหน้า ลำคอ และแขน

สาเหตุของการเกิดกระ

1.เชื้อชาติ-กรรมพันธุ์ คนที่มีผิวขาว จะพบกระแดดมากกว่าคนที่ผิวคล้ำ พบว่ากระถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว

2.การเผชิญแสงแดด/รังสีหรือความร้อน เช่นเดียวกับการเกิดฝ้า

3.ลักษณะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง จากการได้รับเพิ่ม หรือ ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนไม่สมดุลแล้วผิดปกติไป เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือ ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดประจำ

รักษากระ ฝ้า ที่โรงพยาบาลไหนดี

การรักษา กระ ฝ้า

หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระ ฝ้าได้ง่าย คุณต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป

  • การใช้เลเซอร์โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นแสงเลเซอร์ในการทำลายเม็ดสีที่เรียงตัวกันอย่างหนาแน่นเป็นกระจุก เกิดการแตกตัวจนกลายเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็ก และถูกกำจัดออกจากร่างกายตามกลไกธรรมชาติ การรักษาแบบนี้จะเป็นการยิงคลื่นแสงลงไปถึงชั้นผิวด้านใน เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับผลัดเซลล์ผิวได้ไวยิ่งขึ้น
  • การทำ ไอออนโต (Ionto) หรือทำ Electroporation จะเป็นการใช้กระแสไฟฟ้าระดับอ่อนผลักยาหรือวิตามินให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น
  • การผลัดผิวด้วย MD (Microdermabrasion), OxyBright, Hydrobright เป็นการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้หลุดเร็วขึ้น เพื่อช่วยเร่งการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้หลุดเร็วขึ้น จะได้ผลสำหรับกระที่อยู่ในชั้นตื้น ๆ เหมาะกับฝ้าแบบตื้น ทำให้รอยดำจากฝ้าจางลง แต่มีข้อควรระวังคือ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำหนดระดับความแรงในการทำงานของเครื่องมือสูงเกินไป
  • รักษาด้วยเครื่อง IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องที่ให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่รอยกระ ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่าจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ส่งผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกทำลายและลดจำนวนลง มีผลทำให้กระดูจางลง (แต่ไม่หาย) หากทำตั้งแต่ 2-3 ครั้งขึ้นไป แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำการรักษาโดยผู้ที่ขาดความรู้และความชำนาญ
  • เลือกใช้ครีมบำรุง นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวท์เทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้
  • ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ และนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง ส่วนกรดวิตามินเอก็สามารถช่วยเร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกกำจัดออกไปได้เร็วขึ้นเช่นกัน
  • รักษาด้วยเครื่องไอออนโตเครื่องมือชนิดนี้อาศัยหลักการให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าในระดับอ่อน ๆ และมีผลช่วยผลักยาหรือวิตามินที่เราทาไว้ก่อนบนผิวให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ยาที่ทาไว้ก่อนหน้านั้นออกฤทธิ์ในการรักษาได้ดียิ่งขึ้น โดยยาหรือวิตามินที่นิยมนำมาใช้จะอยู่ในรูปแบบของเจล และที่นิยมนำมาใช้รักษากระและฝ้าส่วนมากจะเป็น เจลอาร์บูติน, เจลโคจิก, เจลวิตามินซี, เจลลิโคไลซ์ เป็นต้น การรักษาแบบนี้มีผลข้างเคียงน้อย แต่อาจมีอาการระคายเคืองได้บ้าง ส่วนเครื่องโฟโนก็สามารถนำมาใช้ร่วมกับเจลรักษากระได้เช่นเดียวกับเครื่องไอออนโต

การดูแลป้องกัน รักษาไม่ให้เกิดกระ ฝ้า

การดูแลป้องกัน รักษาไม่ให้เกิดกระ ฝ้า

การดูแลตัวเองที่ดีและป้องกันกระ เริ่มต้นจากการป้องกันไม่ให้ผิวถูกรังสีจากแสงแดด หรือหากมีความจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการป้องกัน เช่น พยายามทำให้โดนแดดน้อยที่สุด  โดยการกางร่ม หรือ สวมหมวก และพยายามหลบเข้าที่ร่ม ประกอบกับการเลือกใช้ครีมกันแดด ควรเลือกให้เหมาะกับความแรงของแดด มีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก และการทำทรีตเมนต์เพื่อบำรุงผิวผลัดเซลล์ผิวใหม่บ้าง โดยเลือกจากสถานที่มีความชำนาญเรื่องผิวที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงต่อการแพ้ให้น้อยที่สุด เพราะเมื่อผิวแข็งแรงจะสามารถเป็นเกราะป้องกันกระ จากการเร่งหรือกระตุ้นจากแสงแดด มลภาวะ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น